
หุ้นสามัญ
TITLE อสังหาฯ ที่ใช้เงินลูกค้าขยายธุรกิจ พร้อม Backlog ระดับหมื่นล้าน
[FynnCorp IAS Equity Research]
อ่าน 4 นาที
Key Investment Highlights
- งวด 9M2025 เติบโตร้อนแรง เตรียมเข้าสู่ช่วงแห่งการเก็บเกี่ยว ใน 2025Q3 มีรายได้จากการขาย 1,246.74 ล้านบาท (+459.30%QoQ, +167.79%YoY) และ กำไรสุทธิ 305.30 ล้านบาท (+4,443.15%QoQ, +545.45YoY) ในขณะที่งวด 9M2025 มีรายได้จากการขาย 1,627.51 ล้านบาท (+134.39%YoY) และกำไรสุทธิ 280.67 ล้านบาท (+2,040.88%YoY) โดยรายได้และกำไรสุทธิที่เติบโตสูงมาจาก การเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการ The Title Legendary (บางเทา) ได้เต็มไตรมาส
- Backlog ปัจจุบันรองรับการเติบโตของรายได้ถึง FY2027F และยังคงมีทิศทางที่เติบโต ณ ปัจจุบัน TITLE มี Backlog รอโอน 15,259 ล้านบาท (ใน 2025Q4 มูลค่า 2,021 ล้านบาท และใน FY2026F – FY2027F มูลค่า 13,238 ล้านบาท) ส่วนใน FY2028F เป็นต้นไป การเติบโตจะขึ้นอยู่กับ ยอด Presale ของโครงการใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในช่วง 2025Q4–2026Q1 เป็นสำคัญ ซึ่งประกอบด้วยโครงการ Sierra, Balcony, Casa de Monte, Villa del Luna โดยมูลค่าโครงการรวม 11,500 ล้านบาท
- แนวโน้มการพัฒนาโครงการใหม่ยังแข็งแกร่ง จากการสะสมที่ดินขนาดใหญ่ คาดว่าบริษัทมีแผน Pipeline โครงการใหม่รองรับการเติบโตของรายได้ หลัง FY2028F อย่างต่อเนื่อง จากการเข้าซื้อที่ดินในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มเติมจำนวนประมาณ 105 ไร่ จาก THANA ด้วยมูลค่ารวม 898.38 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะถูกนำไปพัฒนาเป็นโครงการใหม่ในอนาคต
- โมเดลอสังหาฯในภูเก็ต แตกต่างจากอสังหาฯทั่วไป ลูกค้าต่างชาติซึ่งเป็นลูกค้าหลัก ต้องชำระเงินทำสัญญาล่วงหน้า 25% ของราคาขาย และทยอยเก็บระหว่างก่อสร้างอีก 50% ของราคาขาย และชำระในการส่งมอบอีก 25% ของราคาขาย ทำให้บริษัทได้เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้ามาก่อน และจุดแข็งในภูเก็ตของ TITLE คือบริษัทมีฐาน Agent ที่แข็งแกร่ง ถือเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน
- โครงสร้างการจัดหาเงินทุนที่แตกต่าง สร้างความโดดเด่นในการ Scale Up บริษัทอสังหาฯส่วนใหญ่พึ่งพาเงินกู้ธนาคารและหุ้นกู้เป็นแหล่งเงินทุนหลัก ขณะที่ TITLE ใช้เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าเป็นแหล่งเงินทุนเกือบ 90% ของโครงสร้างเงินทุนทั้งหมด ส่งผลให้เมื่อบริษัทเลือกใช้เงินกู้ในระดับ IBD/E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม จะสามารถสร้าง Leverage ได้สูงกว่า Sector อย่างมีนัยสำคัญ โดยที่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม
- D/E 7.66 เท่า ดูเหมือนสูง แต่เกือบทั้งหมดของหนี้สินนั้นไม่มีภาระดอกเบี้ย หนี้สินเกือบทั้งหมดเป็น “เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า” ซึ่งบันทึกเป็นหนี้สินตามมาตรฐานบัญชี และจะทยอยหายไปทันทีเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการให้ลูกค้าแล้วเสร็จ ดังนั้นจึงควรพิจารณา IBD/E แทน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่เพียง 1.21X
Download บทวิเคราะห์ฉบับเต็ม
Pornbhuda Rijiravanich | พรพุทธ ริจิรวนิช | Managing Director
Email: pornbhuda.r@fynncorp.com
Pannathon Luechakiatisak | ปัณณธร ลือชาเกียรติศักดิ์ | Senior Analyst
Email: pannathon.l@fynncorp.com
Khorarit Kriengkrairut | กรฤต เกรียงไกรรัตน์ | Analyst
Email: khorarit.k@fynncorp.com
Prepared by FynnCorp Investment Advisory Securities Co., Ltd.
กรอกอีเมล เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากเรา
บทความที่เกี่ยวข้อง
-
The Year of Strategic Transition กลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยปี 2026 [FynnCorp IAS Equity Research]
ตลาดหุ้นไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน โดยเผชิญทั้งข้อจำกัดด้านอัตราการเ…
-
TQR กับการดักหน้า Megatrends ดัน Aging Society เป็นขุมทรัพย์ใหม่ [FynnCorp IAS Equity Research]
TQR กับการดักหน้า Megatrends ดัน Aging Society เป็นขุมทรัพย์ใหม่ [FynnCorp IAS Equity Research]
-
HTECH หุ้นนอกกระแส ที่จะเติบโตตามอุตสาหกรรม Data Storage พร้อมแผน Restructuring ใหญ่ [FynnCorp IAS Equity Research]
HTECH หุ้นนอกกระแส ที่จะเติบโตตามอุตสาหกรรม Data Storage พร้อมแผน Restructuring ใหญ่ [FynnCorp IAS E…
-
YUASA กำไรโตแกร่ง เงินสดเต็มมือ ค่อยๆปรับ Dividend Payout Ratio ขึ้นต่อเนื่อง [FynnCorp IAS Equity Research]
YUASA กำไรโตแกร่ง เงินสดเต็มมือ ค่อยๆปรับ Dividend Payout Ratio ขึ้นต่อเนื่อง [FynnCorp IAS Equity R…











